logo
Copyright Tadatoy 2016
TADATOY | Physical Development
687
page-template-default,page,page-id-687,ajax_fade,page_not_loaded,,qode-title-hidden,qode_grid_1300,side_area_uncovered_from_content,footer_responsive_adv,hide_top_bar_on_mobile_header,qode-content-sidebar-responsive,columns-3,qode-theme-ver-10.1.1,wpb-js-composer js-comp-ver-5.0.1,vc_responsive
  • bridge-browser-top
  • bridge-browser-top
  • bridge-browser-top
  • bridge-browser-top
    พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว

    0 – 1 ปี

    0 สัปดาห์

    เด็กจะมีท่าประจำตัว มักจะเอียงหน้าไปหาด้านถนัดเสมอไม่ว่าจะจับวางนอนหงายหรือนอนคว่ำ เด็กมักจะหดแขนขาเข้าชิดลำตัว

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – จัดท่าร่างให้ลูกอยู่ในท่าตามธรรมชาติ ช่วยลูกออกกำลังกาย โดยการพับและยืดแขนขา
    – ศีรษะของเด็กมีขนาดใหญ่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับร่างกาย (หนึ่งในสี่ของความยาวของลำตัว) มีน้ำหนักมากเกินกว่ากล้ามเนื้อต้นคอและแผ่นหลังจะแบกรับได้ เสริมความแกร่งของกล้ามเนื้อ โดยจับลูกนอนคว่ำ 2-3 ครั้งต่อวัน

    ดัดยืดให้พ้นท่าทารกในครรภ์

    พับและยืดขาลูกน้อยในช่วงเปลี่ยนผ้าอ้อม จะช่วยให้ลูกเปลี่ยนท่าร่างพ้นจากท่าหดแขนขาในครรภ์

    4 สัปดาห์

    กล้ามเนื้อต้นคอยังไม่แข็งแรงนัก ศีรษะจะแหงนหงายถ้าไม่มีมือคุณแม่ช้อนรองรับ ถ้าจับวางนอนคว่ำอาจยกศีรษะขึ้นจากที่นอนได้ชั่วครู่ ถ้าจับอยู่ในท่านั่ง ลูกจะเงยหน้าได้ชั่วครู่เช่นกัน

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – ช่วยออกกำลังแขนขาเช่นเดียวกับทารกแรกเกิด
    – ยื่นปลายนิ้วหรือของเล่นชิ้นโปรดเข้าไปในขอบเขตการมองเห็นของลูกน้อย เพื่อให้เขาหันหน้ามองตาม

    ล่อสายตา

    ในขณะที่ลูกน้อยนอนคว่ำ ยื่นปลายนิ้วหรือของเล่นสีสดเข้าไปในสายตาของลูก เขาจะหมุนศีรษะมองตามการเคลื่อนที่

    6 สัปดาห์

    เด็กยกศีรษะจากที่นอนได้สูงถึง 45 องศา ศีรษะไม่แหงนหงายง่ายนักเมื่ออยู่ในท่านั่ง ศีรษะจะอยู่ในแนวเดียวกับร่างกายชั่วขณะในยามจับนอนคว่ำ เข่าและเอวแข็งแรงขึ้น แขนขาไม่หดเกร็งเหมือนเมื่อก่อน

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – วางของเล่นสีสดไว้ตรงหน้า เพื่อให้ลูกน้อยยกศีรษะขึ้นมอง
    – เสริมความแกร่งของกล้ามเนื้อ ท่อนขา โดยเล่นเกมยืดเหยียดขาในช่วงเปลี่ยนผ้าอ้อม

    กระตุ้นให้ยกศีรษะ

    จับลูกน้อยนอนคว่ำ วางของเล่นสีสดไว้ใกล้ศีรษะ แต่ก็ห่างพอที่เขาจะต้องยกศีรษะขึ้นมอง

    8 สัปดาห์

    ลูกน้อยยกศีรษะตั้งตรงได้ชั่วขณะ ไม่ว่าจะอยู่ในท่านั่ง ยืน หรือนอนคว่ำ เมื่ออยู่ในท่านอนคว่ำ จะวางศีรษะในแนวเดียวกับร่างกายได้

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – สมดุลของร่างกายต้องอาศัยการรับรู้ของหู สมอง ไขสันหลัง และกล้ามเนื้อ เล่นเกมจับยืนตั้งตรง
    – เด็กจะสนใจสภาพรอบข้าง วางเด็กนอนเอนบนเบาะใหญ่ หาของเล่นอ่อนนุ่มสีสดให้เล่น

    ฝึกการเอื้อมมือคว้า

    วางลูกน้อยนอนเอนบนเบาะหรือหมอน ยื่นของเล่นอ่อนนุ่มสีสดเข้าใกล้ เพื่อให้ลูกยื่นมือออกมาคว้า

    12 สัปดาห์

    ลูกน้อยยกศีรษะได้นานขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในท่านอนคว่ำ ท่านั่ง หรือจับยืน ศีรษะแทบจะไม่แหงนหงายอีกแล้ว

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – เสริมความแกร่งของกล้ามเนื้อต้นคอ โดยจับมือลูกน้อยให้ลุกขึ้นนั่งจากท่านอนหงาย
    – กระตุ้นการเอื้อมมือคว้า ในขณะที่ลูกน้อยนอนคว่ำ วางของเล่นอ่อนนุ่มสีสดไว้ใกล้ เด็กจะเรียนรู้วิธีทิ้งน้ำหนักตัวลงบนแขนข้างหนึ่ง เพื่อใช้แขนอีกข้างคว้าของเล่น

    เกมเสริมความแกร่งของกล้ามเนื้อ

    จับลูกนอนหงาย จับมือลูกดึงให้ลุกขึ้นนั่ง ประสานตากับลูกน้อย เล่นเกม “จ๊ะเอ๋” เล่นกับลูกน้อยให้บ่อยครั้ง

    16 สัปดาห์

    ลูกน้อยโปรดปรานการนั่ง เหลียวมองรอบข้าง ศีรษะอาจจะแหงนหงายบ้าง ถ้าถูกดึงให้ลุกขึ้นนั่ง เด็กขืนศีรษะให้ตั้งตรงได้แม้จะโอนเอนบ้างในยามขยับตัว ถ้าจับนอนคว่ำ ลูกน้อยจะเงยหน้ามองตาคุณได้

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – เสริมความแกร่งของกล้ามเนื้อลำตัว โดยเล่นเกมจับนั่งโอนเอน
    – กระตุ้นสมดุลและการเคลื่อนที่ วางของเล่นอ่อนนุ่มสีสดให้ลูกเอื้อมมือออกมาคว้า
    – จับนั่งเก้าอี้ มีเบาะรองรับรัดรึงติดกับเก้าอี้

    กระตุ้นสมดุล

    เติมอีกมิติหนึ่งให้เกม “จ๊ะเอ๋” คุณแม่จะแอบซ่อนอยู่ด้านข้าง เด็กจะต้องเอี้ยวตัวมองหาคุณแม่

    20 สัปดาห์

    เด็กควบคุมศีรษะได้ดีแล้วแม้จะถูกดึงให้ลุกนั่งหรือถูกเขย่า โยกให้โอนเอน ศีรษะจะไม่แหงนหงาย

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – เด็กจะเดินได้ ศีรษะต้องตั้งตรงมั่นคง กระตุ้นสมดุลโดยจับลูกน้อยเล่นเกมเขย่าโยกเยก

    เกมรักษาสมดุลของศีรษะ

    เขย่าลูกน้อยให้โอนเอนบ่อยครั้งที่สุด เด็กจะเรียนรู้การควบคุมศีรษะ อุ้มลูกน้อยเต้นรำไปรอบห้อง

    24 สัปดาห์

    กล้ามเนื้อลูกน้อยแข็งแกร่งพอจะทิ้งน้ำหนักตัวบนแขนสองข้าง ยามนิ่งอาจยื่นแขนมาค้ำยัน ลูกน้อยยกมือยื่นมาให้คุณแม่ยกตัวลอยขึ้นจากพื้นนั่งได้เองในเก้าอี้สูง (ถ้ามีเบาะหนุนรอง)

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – เล่นเกมจับกระโดดเพื่อเสริมความแกร่งให้กระดูกและกล้ามเนื้อเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการหัดเดิน
    – การเล่นเกมเครื่องบิน โดยนอนคว่ำเคียงข้างลูกน้อย ยกแขน ยกลำตัวให้พ้นพื้น จะช่วยเสริมความแกร่งให้กล้ามเนื้อบั้นท้าย เตรียมพร้อมสำหรับการหัดคลาน
    – ให้รางวัลแก่การยื่นมือมาให้ยกตัว โดยการเล่นเกมยกตัวลอยฟ้า

    ออกกำลังฝึกรับน้ำหนัก

    วางลูกน้อยยืนบนตัก จับให้กระโดดขึ้นลงเบามือจะเป็นการฝึกให้ลูกน้อยคุ้นกับการแบกน้ำหนักเลี้ยงตัว เตรียมพร้อมสำหรับการหัดเดิน

    28 สัปดาห์

    ลูกน้อยรับน้ำหนักตัวด้วยมือเพียงข้างเดียวในท่านอนคว่ำ นั่งได้ตามลำพัง ยกคอขึ้นทันทีถ้าวางนอนหงาย จับให้นั่งคุกเข่า กล้ามเนื้อท่อนขาและบั้นเอวรับน้ำหนักตัวได้

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – กระตุ้นให้ลูกน้อยยกศีรษะในขณะนอนหงาย โดยใช้ของเล่นสีสดมาล่อให้เอื้อมมือคว้า
    – เล่นเกมจับยืน เพื่อให้เด็กฝึกรับน้ำหนักตัว

    กระตุ้นให้ยกศีรษะ

    วางลูกน้อยนอนหงาย หาของเล่นเครื่องเขย่าหรือของเล่นสีสดมาล่อให้ลูกเอื้อมมือคว้า เขาจะยกศีรษะขึ้นมอง

    32 สัปดาห์

    ลูกน้อยพยายามเคลื่อนที่ ยื่นมือออกมาคว้าจับ อาจจะโยกตัวไปมาเพื่อให้เคลื่อนออกจากที่ เอวและเข่าแข็งแรงขึ้น พยายามใช้ขารับน้ำหนักตัว หากคุณแม่จับมือ เขาจะกระโดดขึ้นลง

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – กระตุ้นให้เด็กกระถดตัว เพื่อให้รู้สึกถึงความสามารถในการเคลื่อนที่ ความเชื่อมั่นในตนเอง และการพึ่งพาตนเอง คุณแม่จะนั่งห่างจากลูกน้อย ยื่นมือให้เขาโผเข้ามาหา
    – เตรียมพร้อมสำหรับการหัดเดิน จับมือลูกน้อยให้ลุกขึ้นยืน กระโดดโลดเต้นทั้งบนที่นอน บนตัก บนเบาะ หรือในอ่างอาบน้ำ

    เตรียมเคลื่อนออกจากที่

    นั่งห่างจากลูกน้อย ยื่นมือให้เขาโผมาหาโดยเรียกชื่อ หรือหาของเล่นชิ้นที่โปรดปรานมาล่อ

    36 สัปดาห์

    กล้ามเนื้อท่อนขารับน้ำหนักตัวได้แล้วแต่ยังต้องพึ่งหลักยึด อาจนั่งได้นานถึง 10 นาที โยกตัวไปด้านข้าง มาข้างหน้าได้โดยไม่เสียสมดุล พลิกม้วนตัว พยายามจะคลาน เด็กจะนั่งลง (จากท่ายืน) ได้ไม่ง่ายนัก

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – กระตุ้นให้เด็กยืน โดยให้ยึดเกาะเครื่องเรือน
    – วางของเล่นไว้ด้านข้างหรือด้านหน้าเพื่อให้เด็กนั่งโยกตัวมาด้านข้างและด้านหน้า
    – ช่วยพับขาและพยุงบั้นเอวในขณะที่เด็กจะนั่ง

    ฝึกรับน้ำหนักตัว

    ช่วยลูกน้อยให้ยืนเกาะเครื่องเรือน โดยวางมือของเขาจับขอบเก้าอี้หรือตั่งเตี้ย คุณแม่จะปล่อยมือ รอรับถ้าเด็กปล่อยมือจากเครื่องเรือน

    40 สัปดาห์

    เด็กไม่ยอมอยู่นิ่งกับที่แล้ว อาจจะคุกเข่า ใช้มือดันตัวขยับไปข้างหน้า เขาจะใช้มือดึงตัวลุกขึ้นยืน และชอบทิ้งตัวลงนั่ง กล้ามเนื้อด้านข้างลำตัวแข็งแรงขึ้น เขาจะเอี้ยวตัวไปมาได้ในท่านั่ง

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – คุณแม่ยื่นปลายนิ้วให้ลูกน้อยจับดึงตัวขึ้นยืน ดึงลุกยืนสลับกับการปล่อยลงนั่ง กล่าวยกย่องความสามารถของเขา
    – สอนให้หัดก้าวเดิน ในขณะที่ลูกน้อยยืน จับงอเข่าแล้วยกเท้าข้างนั้นก้าวมาข้างหน้า ถ้าเขาทำตาม กล่าวชมเชย
    – วางของเล่นไว้ด้านหลังให้เขาหมุนตัวกลับไปคว้า คุณแม่ควรรออยู่ข้าง ๆ อย่างใกล้ชิด คอยแตะมือให้เป็นหลัก

    กระตุ้นให้คลาน

    วางลูกน้อยคุกเข่าไว้บนพื้น คุณแม่คุกเข่าอยู่ข้างหน้า ห่างเล็กน้อย ยื่นมือ เรียกชื่อ หรือนำของเล่นสีสดมาล่อ

    44 สัปดาห์

    เคลื่อนไหวได้เต็มที่แม้จะอยู่ในท่านั่ง เด็กจะคลานไปทุกมุมบ้าน ถ้าอยู่ในท่ายืน เขาจะยกเท้า

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – ปฏิบัติเช่นเดียวกับระยะ 40 สัปดาห์
    – วางเด็กลงบนพื้นในท่าคลาน ถอยห่างให้เขาคลานได้ไกลขึ้น
    – สอนให้หัดก้าวเดิน ในขณะที่ลูกน้อยยืน จับงอเข่าแล้วยกเท้าข้างนั้นก้าวมาข้างหน้า ถ้าเขาทำตาม กล่าวชมเชย
    – วางของเล่นไว้ด้านหลังให้เขาหมุนตัวกลับไปคว้า คุณแม่ควรรออยู่ข้าง ๆ อย่างใกล้ชิด คอยแตะมือให้เป็นหลัก

    ช่วยให้ลุกขึ้นยืน

    ยื่นนิ้วให้ลูกน้อยเกาะยืน เติมความภูมิใจให้เขาโดยยิ้มให้ กล่าวชมเชย และปรบมือให้

    48 สัปดาห์

    เด็กจะเดินออกด้านข้างถ้าเกาะเครื่องเรือน จะเดินมาข้างหน้าได้ทีละก้าวถ้าเกาะมือคุณแม่ทั้งสองข้างนั่งเอี้ยวตัวหยิบของได้โดยไม่เสียหลัก

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – วางเครื่องเรือนเรียงรายติดผนัง ลูกน้อยจะเกาะเดินได้ทั่วห้อง
    – ลูกน้อยจะเดินได้แข็งขึ้น ถ้าคุณแม่ยื่นนิ้วเดียวให้ลูกเกาะ

    วางเส้นทางหัดเดิน

    วางเครื่องเรือนเรียงรายเป็นแถวให้ลูกน้อยเดินไปทั่วห้อง ยกเครื่องเรือนที่ล้มคว่ำได้ออกจากห้อง

    1 – 2 ปี

    12 เดือน

    ลูกน้อยเดินได้คล่องแม้จะเกาะมือคุณแม่ข้างเดียว จะคลานคล้ายหมี คือ ยกมือได้เป็นครั้งคราว

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – กระตุ้นให้เดินปล่อยมือ ในขณะที่เขาเกาะเครื่องเรือน ยื่นมือ เรียกชื่อให้เขาผละออกจากเครื่องเรือน
    – แยกเครื่องเรือนให้ถอยห่างออกจากกันทีละน้อย ลูกน้อยจะต้องสะสมความกล้าในการละมือออกชั่วขณะ

    เรียกลูกน้อยให้เดินมาหา

    ในขณะที่ลูกน้อยเกาะเครื่องเรือนเที่ยวทั่วห้อง คุณแม่จะนั่งห่างออกมายื่นมือให้ เรียกชื่อให้เขาผละออกจากที่เกาะ เดินมาหาคุณแม่

    15 เดือน

    เด็กย่อเข่า คุกเข่าลงนั่งได้โดยไม่ต้องช่วย ยืนได้เอง ชอบไต่บันได และลุกขึ้นเดิน ก้าวเท้าระยะแรกเก้งก้างยกสูง ระยะก้าวไม่เท่ากัน กำหนดทิศทางไม่ได้

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – ฝึกการงอเข่าและการทรงตัวโดยบั้นเอว ด้วยเก้าอี้พิเศษที่มีที่วางแขน เขาจะนั่งลงได้ง่ายโดยไม่ล้มคว่ำ
    – จับตามองทุกฝีก้าว ป้องกันอุบัติเหตุในการเดินหรือการไต่ขึ้นบันได
    – ให้อิสระเต็มที่ในการเดิน… ผูก “บังเหียน” ติดเสื้อผ้า เพื่อป้องกันการเดินออกนอกห้อง
    – ฝึกการเคลื่อนไหวของขา จัดหาลูกบอลอ่อนนุ่ม เตะส่งเล่นกับลูก

    หาเก้าอี้ที่มีที่เท้าแขน

    เด็กชอบก้าวไปนั่งและลุกออกจากเก้าอี้ ซึ่งจะช่วยให้เขาฝึกการทรงตัวด้วยบั้นเอวและหัวเข่า หาเก้าอี้ที่มั่นคงไม่ล้มคว่ำง่าย

    18 เดือน

    เด็กไต่บันไดได้เอง ก้าวขึ้นทีละขั้นได้แม้จะต้องใช้มือเกาะบ้าง เดินได้มั่นคงไม่ยกขาสูง เดินถอยหลังได้ วิ่งได้แล้ว ไม่ใคร่จะล้มบ่อยครั้งนัก

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – ฝึกให้ลูกน้อยทรงตัวด้วยบั้นเอวและงอเข่า… เพื่อการล้มอย่างถูกวิธี
    – ฝึกการเดินถอยหลังด้วยการเล่นเกมสนุก
    – กระตุ้นการเคลื่อนไหวในแง่มุมต่าง ๆ หาของเล่นที่ต้องดึงและดัน
    – ยื่นมือให้ลูกน้อยยึดเกาะ เพื่อให้การก้มลงเก็บสิ่งของง่ายยิ่งขึ้น
    – ให้ลูกน้อยเล่นสนุกกับการเตะลูกบอลให้มากขึ้น

    ฝึกกล้ามเนื้อบั้นเอวและเข่า

    ฝึกให้ลูกน้อยนั่งยอง ๆ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของกล้ามเนื้อ ออกท่าทางให้เขาเลียนแบบ

    21 เดือน

    เด็กตามเก็บของที่หลุดหล่นได้แล้ว เดินถอยหลังได้อย่างง่ายดาย เดินขึ้นบันไดได้โดยไม่ต้องเกาะราว หยุดได้ทันที เดินอ้อมมุมบ้านได้ เล่นเกมเตะลูกบอลได้เก่งขึ้น

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – กระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ ชวนลูกให้ร่วมกิจกรรมเล่นสนุก เช่น การขึ้นบันได การเต้นรำ การล้างหน้าให้คุณแม่ ฯลฯ

    เพิ่มกิจกรรมให้หลากหลาย

    ลูกสนใจทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณแม่ทำ เลียนแบบทุกเรื่อง คุณแม่สามารถดึงลูกให้เข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างในชีวิตประจำวันได้

    2 – 3 ปี

    24 เดือน

    เด็กโปรดปรานการเต้นเข้าจังหวะ วิ่งได้แล้ว รู้จักชะลอฝีเท้าเมื่อจะหยุดหรือเลี้ยวที่มุมบ้าน นั่งยองๆได้โดยง่าย

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – ชวนลูกเล่นกิจกรรมประกอบดนตรีไม่ว่าจะเป็นการเต้นรำ คุกเข่าโยกตัวไปมา ปรบมือ ร้องเพลง ฯลฯ
    – อย่าได้คาดหวังว่าลูกจะวิ่งอ้อมมุมบ้านหรือหยุดได้ง่ายนัก เพราะกล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงพอ

    เต้นรำและร้องเพลง

    ขยับตัวโยกไปมาให้เข้ากับจังหวะดนตรี เลือกท่าเต้นที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้เคลื่อนไหวเต็มที่

    30 เดือน

    กระโดดพ้นพื้นได้ทั้งสองเท้า เดินบนปลายเท้าได้ ก้าวเดินมั่นคงพอจะถือของได้แล้ว ช่วยอุ้มน้องวางบนตักตัวเองได้

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – เติมการเคลื่อนไหวเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงยิ่งขึ้น หาของเล่นที่เด็กจะใช้เท้ายันพื้นขับเคลื่อนออกจากที่
    – ฝึกความยืดหยุ่นคล่องตัวโดยเลือกเกมที่ต้องกระโดด และการเดินบนปลายเท้า

    ของเล่นเคลื่อนที่ได้

    หาของเล่นติดล้อให้ลูกใช้เท้ายันพื้นขับเคลื่อนออกจากที่ เด็กยังไม่โตพอจะขี่จักรยาน

    36 เดือน

    เด็กว่องไวอย่างเห็นได้ชัด เดินขึ้นบันได เท้าวางแต่ละขั้น กระโดดลงจากบันไดขั้นต่ำสุดได้แล้ว ยืนขาเดียวได้ชั่วครู่ เดินแกว่งแขนเหมือนผู้ใหญ่ ขี่จักรยานสามล้อได้

    สิ่งที่คุณแม่จะช่วยได้

    – เล่นเกมกระโดดขาเดียว หรือจับมือคุณแม่กระโดดขาเดียวสลับเปลี่ยนเท้า
    – ฝึกการแกว่งแขน โดยเดินพาเหรดไปรอบห้อง
    – หาจักรยานสามล้อให้ลูกออกกำลังกล้ามเนื้อน่องและต้นขา
    – เติมความเชื่อมั่นในการเคลื่อนไหวโดยให้เด็กเล่นชิงช้า กระดานหกและกระดานลื่น

    กระโดดขาเดียว

    เล่นเกมกระโดดขาเดียว เผาผลาญพลังงานส่วนเกินของเด็ก และยังช่วยให้กล้ามเนื้อขาแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย